วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เทคโนโลยีและสารสนเทศในชีวิตประจำวัน มีอะไรบ้าง

สภาพแวดล้อมการดำรงชีวิต


สภาพแวดล้อมการดำรงชีวิต


เทคโนโลยีสารสนเทศกับการดำเนินชีวิต 





1.  เทคโนโลยีและสารสนเทศในชีวิตประจำวัน




1.1  ประเภทของเทคโนโลยีและสารสนเทศ
                ปัจจุบันอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสาร ของโลกไร้พรมแดน มีการใช้ เทคโนโลยีใหม่ ๆ  ในการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้เทคโนโลยี และสารสนเทศ เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ซึ่งส่งผลทั้งให้คุณ และให้โทษ พร้อมกัน  จึงเป็นเรื่องที่ควรศึกษา ทำความเข้าใจ เพื่อให้การใช้ เทคโนโลยี และสารสนเทศ  เกิดประโยชน์ ทั้งต่อตนเอง ต่อชุมชน ต่อสังคม ประเทศ และโลกให้มากที่สุด ดังนี้     จากการศึกษาความก้าวหน้า และอนาคตของเทคโนโลยีและสารสนเทศ ที่มีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของ สังคมไทย สามารถแบ่งได้เป็น 6 กลุ่มได้แก่
     1.1.1 เทคโนโลยีพื้นฐาน คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ การพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐาน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนา เทคโนโลยีระดับสูงในอนาคต ได้แก่ เครื่องมือ วิทยาศาสตร์ และการจำลองปรากฏการณ์ธรรมชาติต่าง ๆ
     1.1.2 เทคโนโลยีชีวภาพ ทางการเกษตร และอุตสาหกรรม ปัจจุบัน มีความ เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และมีบทบาทสำคัญมาก ในการพัฒนาการเกษตร อุตสาหกรรม และรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อมของโลก เนื่องจากเทคโนโลยีชีวภาพ แบ่งได้เป็น 5 สาขา ได้แก่ เทคโนโลยีการหมัก วิศวกรรมเอนไซม์ เทคโนโลยี เกี่ยวกับของเสีย  เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม  และเทคโนโลยีการสร้างแหล่ง วัตถุดิบใหม่ เช่น การนำมูลสัตว์มาใช้ ในการผลิตแก๊สชีวภาพ  เป็นต้น
     เมื่อพิจารณาถึงเทคโนโลยีชีวภาพเหล่านี้  จะพบว่า  มีทั้งระดับพื้นฐาน ที่คุ้นเคย และเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ของทุกคน เช่น อุตสาหกรรม อาหารหมักดอง การทำแหนม การทำน้ำปลา  กะปิ การผลิตแอลกอฮอล์ ตลอดจน การขยายพันธุ์พืช โดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และระดับเทคโนโลยี สมัยใหม่ ซึ่งนำมาใช้เพื่อ พัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อการแข่งขัน เทคโนโลยีพันธุ วิศวกรรม เพื่อปรับปรุงพันธุ์พืช และจุลินทรีย์ การตัดต่อยีนส์ อาหารจีเอ็มโอ เป็นต้น
     1.1.3 เทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ ปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตมากยิ่งขึ้น ทั้งรักษาโรคเอดส์ ตลอดจน ภูมิคุ้มกัน บกพร่องอื่น ๆ ให้มีการใช้อย่างแพร่หลาย เทคโนโลยีที่สำคัญรองมา ได้แก่ พัฒนาวิธีการรักษาโรคมะเร็ง  การสกัด และการใช้ยาสมุนไพร การผลิต วัคซีนไข้เลือดออก วิธีการตรวจลายพิมพ์ดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์เนื้อเยื่อ และความสัมพันธ์ระหว่าง พ่อ แม่ และลูก การตรวจโรคเลือดธารัสซีเมีย ก่อนสมรส เป็นต้น
     1.1.4 เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ สารสนเทศ ดาวเทียม เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ของคนเรามากขึ้นเป็นลำดับ และมีแนวโน้ม ที่จะมีอิทธิพลต่อชีวิตมากยิ่งขึ้น ในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ระบบสื่อสาร โทรคมนาคม  การส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง เทคโนโลยีเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพ ของการศึกษา และฝึกอบรม และเทคโนโลยีการควบคุมอัตโนมัติ และระบบสารสนเทศ
     1.1.5 เทคโนโลยีโลหะ วัสดุ และยานยนต์ โดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 ประโยชน์ใหญ่ ได้แก่ วัสดุโครงสร้าง กับ วัสดุใช้งานเฉพาะ  เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ วัสดุยานยนต์ ประเภท โลหะเบา เพื่อผลิตยานยนต์ ที่ประหยัดพลังงาน และลดมลพิษ
     1.1.6  เทคโนโลยีพลังงาน ยานยนต์ และสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การใช้เทคโนโลยี เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน เทคโนโลยีการ นำกลับคืนสภาพมาใช้ใหม่ (RECYCLE)  เช่น เศษพลาสติก เศษเหล็ก หรือเศษแก้ว เทคโนโลยีการนำกลับของเสีย ที่เป็นพิษจากอุตสาหกรรม เทคโนโลยีการผลิตพลังงาน จากตัวมวล คือมูลสัตว์ และเศษซากพืชต่าง ๆ เช่น ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง การนำน้ำมัน มะพร้าว และน้ำมันปาล์ม ที่ใช้แล้วมาผลิตไบโอดีเซล เป็นต้น
               สรุปเทคโนโลยีและสารสนเทศ ที่ใกล้ชิด และเกี่ยวข้องกับวิถีการ ดำเนินชีวิตของทุกคน  สามารถสรุปได้ดังภาพที่ 3.6 
1.2 การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
     ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เข้ามามีบทบาท ต่อการดำรงชีวิต ของคนเราอย่างมาก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม  มีการไหลบ่าของข้อมูล ข่าวสาร จากที่ต่าง ๆ ทั่วโลก มีการนำ ภูมิปัญญา ทั้งในระดับชาวบ้าน จนถึงระดับสากล มาประยุกต์ใช้ เ้พื่อให้เกิดความ สะดวกสบาย ในการดำรงชีวิต  รวมถึงการพัฒนา สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น  ดังนี้

1.2.1 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้การติดต่อสื่อสารถึงกันได้
อย่างสะดวกรวดเร็ว และกว้างขวางยิ่งขึ้น  ได้แก่
1)  โทรศัพท์เคลื่อนที่ การส่งข้อความทางโทรศัพท์
2)  ระบบโทรสาร ช่วยทำให้งานที่ต้องติดต่อกัน มีความถูกต้อง รวดเร็วขึ้น
3)  ระบบดาวเทียม ช่วยให้สามารถรับส่งสัญญาณข้ามทวีป เป็นไปด้วยความ สะดวก  ส่งผลให้การติดต่อสื่อสาร  การให้ข้อมูลข่าวสาร จากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลกมีความรวดเร็วขึ้น เกิดสังคมอุดมปัญญา ที่ทุกคนมีความรู้ เท่าเทียมกัน มากขึ้น
4)  ระบบใยแก้วนำแสง เชื่อมระหว่างกันเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร
โทรคมนาคม ถึงกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว  และมีค่าใช้จ่ายน้อยลง
5)  ระบบโครงข่ายสื่อสารร่วม เป็นระบบในการสื่อสาร โทรคมนาคม ที่สามารถ นำเสนอ ทั้งภาพ เสียง และข้อมูล ด้วยระบบดิจิตอล ทำให้การสื่อสารเป็นไปได้ แบบ 2 ทาง ซึ่งทำให้การเชื่อมโยงข้อมูล มีความถูกต้อง และแม่นยำสูง
1.2.2 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มีการนำระบบอินเตอร์เน็ต มาใช้งาน เพื่อส่งข้อมูลข่าวสารถึงกัน เพื่ออำนวยความสะดวก และความบันเทิง เพื่อธุรกิจ เพื่อการศึกษา ทำให้วิถีชีวิตของคนเรา เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก  โดยเฉพาะเด็ก และเยาวชนในปัจจุบัน  รูปแบบการใช้เทคโนโลยี ทางคอมพิวเตอร์ ที่สำคัญ  ได้แก่
1)  จดหมายอิเล็คทรอนิคส์ (E-MAIL) เป็นระบบจดหมาย ที่ได้รับความนิยม ในปัจจุบัน เนื่องจากมีความง่าย และสามารถส่งข้อมูลได้ทั้ง ระบบอักษร และภาพ ซึ่งในปัจจุบัน มีผู้ให้บริการอีเมลล์หลายราย ที่สำคัญได้แก่ YAHOO และ HOTMAIL
2)  การซื้อของจากบ้าน (HOME SHOPPING) เป็นการเลือกซื้อสินค้า ผ่าน อินเตอร์เน็ต โดยผู้ให้บริการ แสดงข้อมูลทั้งภาพ และรายละเอียดไว้ในเวบไซต์ อย่างครบถ้วน  การสั่งจ่ายก็เป็นรูปแบบ บริการผ่านบัตรเครดิต
3)  การประชุมผ่านวิดีทัศน์ (VIDEO CONFERENCE) เป็นการประชุมทางไกล ที่ทำให้ทั้งสองฝ่าย เห็นภาพ และได้ยินเสียงของอีกฝ่าย ได้อย่างชัดเจน   และสามารถส่งข้อมูล ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ไปให้อีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ลดระยะเวลา การเดินทางไกล เพื่อไปประชุม
4)  ระบบฐานข้อมูล (DATA BASE) เป็นระบบการจัดการฐานข้อมูล ซึ่งทำให้ธุรกิจ หลายแห่ง สามารถจัดฐานข้อมูลของตนเอง ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ๆ ได้สะดวก ยิ่งขึ้น โดยลดปริมาณกระดาษที่ใช้ลง และสามารถวิเคราะห์ข้อมูล ในรูปแบบสถิติ ต่าง ๆ เพื่อนำเสนอให้เข้าใจได้ง่าย
1.3 จุดมุ่งหมายของการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ
     ประเทศไทย เป็นประเทศผู้บริโภคเทคโนโลย ีมากกว่าเป็นผู้ผลิต ในขณะที่ บางประเทศ เป็นผู้ผลิต ทำให้เราเสียเปรียบในขั้นหนึ่ง และเมื่อเราบริโภคคือ นำเทคโนโลยีมาใช้ ก็มีปัญหาในการใช้อีกว่า เราใช้เพื่ออะไร ใช้คุ้มค่าหรือไม่ โดยทั่วไปการใช้ เทคโนโลยีและสารสนเทศ มีจุดมุ่งหมายใหญ่ ๆ 2 ประการ คือ การใช้เพื่อเสพ  และ  การใช้เพื่อศึกษา และสร้างสรรค์ ดังนี้

1.3.1 การใช้เพื่อเสพ หมายถึง เพื่อความสนุกสนาน บันเทิงเริงใจ การพักผ่อน ซึ่งถือว่า เป็นเป้าหมายพื้นฐานที่สุด ที่ทุกคน ทุกครอบครัวมุ่งหวัง เพื่อเป้าหมาย ข้อนี้มากที่สุด ดังจะเห็นได้จาก การดูโทรทัศน์ ซึ่งโทรทัศน์จัดเป็นเทคโนโลยี อย่างหนึ่ง ไม่ว่าเราจะถามใครก็ตาม เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่หรือคนชรา คนส่วนใหญ่ ก็บอกว่าดูโทรทัศน์เพื่อ ความบันเทิง และความสนุกสนาน มากกว่าจะคำนึงถึง จุดประสงค์อื่น ๆ ถ้าการใช้เทคโนโลยี เพื่อจุดมุ่งหมายเพียงการเสพเท่านั้น ถือว่าไม่คุ้มค่า  และยังไม่ตรงกับเจตนา ของผู้ผลิตที่แท้จริง
1.3.2 การใช้เพื่อศึกษาและสร้างสรรค์ หมายถึง เพื่อการเรียนรู้ ฝึกหัดฝึกฝน เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ เสริมสร้าง พัฒนาตน ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ ยกระดับมาจากการใช้เพื่อเสพ และเป็นจุดมุ่งหมายที่ผู้ใช้เทคโนโลยี ควรให้ความสำคัญ ให้มากที่สุด เพื่อความ คุ้มค่ากับการลงทุน และเจตนา ของการผลิต (พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) .2548 : 75-82) การใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ ในชีวิตประจำวัน ให้คุ้มค่ากับ เงินที่ลงทุน และเวลาที่เสียไป จึงควรได้พัฒนาแนวคิด ในการใช้เสียใหม่   โดยปรับปรุงเป้าหมายการใช้จากเดิม ที่ให้น้ำหนักการใช้เทคโนโลยี เพื่อการเสพ มากกว่าเพื่อศึกษา และสร้างสรรค์ ดังเช่น สัมภาษณ์นักศึกษาคนหนึ่ง ว่า คุณดูโทรทัศน์ เพื่อการเสพกี่เปอร์เซ็นต์ และเพื่อการศึกษากี่เปอร์เซ็นต์ นักศึกษา ตอบว่า หนูดูเพื่อเสพ 95% และเพื่อการศึกษาเพียง 5% เมื่อถามนักศึกษาต่อว่า  การดูโทรทัศน์เพื่อเสพ กับเพื่อศึกษา อย่างไหนถูกต้องกว่ากัน นักศึกษาจะตอบ ว่า  ดูเพื่อศึกษาถูกต้องกว่า และถ้าไปถามคนทั่วไป ก็จะได้คำตอบทำนอง เดียวกัน การใช้เทคโนโลยีชนิดอื่น ๆ ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต กล้องถ่ายรูป ฯลฯ ผู้ใช้ส่วนใหญ่มีเป้าหมาย เพื่อเสพมากว่า เพื่อศึกษา ดังนั้น  จึงควรปรับปรุงการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้มีคุณค่ากับชีวิตมากขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วน เป้าหมาย ของการใช้เพื่อศึกษา ให้มากขึ้น เช่น ถ้าเดิมเคยใช้เพื่อเสพ 95% เพื่อศึกษา 5% ก็ให้ค่อย ๆ ปรับเป็นเพื่อเสพ 80%   เพื่อศึกษา 20% และต่อไป ก็ปรับเป็น เพื่อเสพ 70% เพื่อศึกษา 30% เป็นต้น การปรับปรุงเป้าหมายการ ใช้เทคโนโลยีเพื่อศึกษา และสร้างสรรค์ จึงเป็นการใช้เทคโนโลยี เพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิต อย่างแท้จริง
 1.4 ข้อดีและข้อเสียของการใช้เทคโนโลยี
สิ่งของทุกอย่างในโลก ล้วนมีทั้งคุณ และโทษอยู่ในตัว ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ จะเลือก ส่วนใดมาใช้เท่านั้น เทคโนโลยีต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกัน มีคุณอนันต์ และมี โทษมหันต์อยู่ในตัวมัน ดังนี้

1.4.1 ข้อดีของการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ
เทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น เนื่องจาก ความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีชีวภาพ ในการผลิตยารักษาโรค ซึ่งได้รับ การพัฒนา ให้สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ผลดีขึ้นการสร้างระบบภูมิต้านทาน ของร่างกาย โดยวิธีการต่าง ๆ ได้ผลดีเกินความคาดหมาย การสร้างหุ่นยนต์ คอมพิวเตอร์ เข้ามาช่วยแพทย์ในการผ่าตัด ที่ต้องการความแม่นยำสูง อีกทั้ง สามารถติดต่อให้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ให้ช่วยควบคุมการผ่าตัด ผ่านระบบอินเตอร์โอเปอเรชั่น (INTEROPERATION) โดยหุ่นยนต์คอมพิวเตอร์ ค้นพบรหัสพันธุกรรม ของมนุษย์ (HUMAN GENOME) และ จะเป็นเครื่องมือ ที่จะนำ ไปสู่การรักษาโรค อย่างเจาะจง   การพัฒนาด้านโภชนาการ และเวชภัณฑ์ เช่น  ยา และวัคซีน ให้มีความ จำเพาะเจาะจง ก็จะเป็นไปได้มากขึ้น  ในปัจจุบันนัก วิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จ ในการสร้างหุ่นยนต์ขนาดเล็ก กว่าเมล็ดข้าวสาร ซึ่งในอนาคต คงสามารถพัฒนาให้เล็กลงกว่านี้ เพื่อฉีดเข้าไป ในร่างกายมนุษย์ ให้ช่วยกำจัดไขมันที่อุดตัน ตามหลอดเลือด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็น โรคหัวใจล้มเหลว (HEART ATTRACK) หรือช่วยในการ กำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ นอกจากนั้น เทคโนโลยียังนำมาซึ่ง เครื่องมือ เครื่องใช้  รวมถึงระบบสื่อสารต่าง ๆ ซึ่งทำให้มาตรฐาน ความเป็นอยู่ ของมนุษย์ดีขึ้น และสะดวกสบายเพิ่มขึ้น จึงสามารถสรุปข้อดี ของเทคโนโลยี เป็นข้อ ๆ  ได้ดังนี้
1)  เพื่อเพิ่มผลผลิต ทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น เร็วขึ้นทั้งด้านเกษตร ด้านอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักรกล ในการผลิตต่าง ๆ
2)  เพื่อประหยัดเวลา และแรงงานคน ทำให้ใช้เวลา และแรงงานคนน้อยลง  และช่วยประหยัด ฃ รายจ่าย ในการลงทุน
3)  เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตต่าง ๆ ทำให้ผลงาน หรือผลการดำเนินงาน มีคุณค่า และราคาเพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ผลิต
4)  เพื่อเป็นเครื่องช่วยเกื้อ หนุนให้คนสามารถพัฒนาศักยภาพ ที่จะสร้างสรรค์ สิ่งที่ดีงาม นำชีวิต และสังคม ไปสู่ความสุข ความสำเร็จได้ คือ ช่วยพัฒนาปัญญา และขัดเกลาจิตใจ
5)  เพื่อช่วยแก้ปัญหา และพัฒนาชีวิต เช่น สนองความต้องการใฝ่รู้ และหลุดพ้น จากวิถีทางที่ผิด แก้ปัญหาชีวิต พัฒนาคน และประเทศได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้ทุกคนพึ่งตนเองได้
 1.4.2 ข้อเสียของการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ
อันตราย หรือโทษที่เกิดขึ้น เพราะเทคโนโลยีนั้น มีทั้งโดยตรง และโดยอ้อม สามารถสรุปเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้
1)  การใช้ทรัพยากรธรรมชาต ิและทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ เทคโนโลยี ยิ่งเจริญมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งใช้ทรัพยากร สิ้นเปลืองมากขึ้นเท่านั้น ปัญหาอยู่ที่ว่า ทรัพยากรสำคัญที่ใช้ในทางเทคโนโลยี มักเป็นทรัพยากรประเภทที่ สร้างทดแทน ขึ้นใหม่ไม่ได้  และอันตรายที่สำคัญ อีกประการหนึ่ง ของยุคเทคโนโลยี คือ สภาพแวดล้อมเป็นพิษ ได้แก่  มลพิษทางอากาศ ทางน้ำ ทางเสียง เป็นต้น
2) การใช้เทคโนโลยี เพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ หรือเอารัดเอาเปรียบ โดยไม่ คำนึงถึงผลเสียหาย ที่เกิดแก่คนอื่น หรือส่วนรวม ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น คือ การใช้ เทคโนโลยีสร้างเครื่องมือ เพื่อใช้เบียดเบียน หรือทำลายกัน เทคโนโลยี ยิ่งเจริญขึ้นเท่าใด เครื่องมือในการแย่งชิงผลประโยชน์ หรือ ฆ่าทำลายกัน  ก็เจริญขึ้นเท่านั้น จึงทำให้อยู่กันด้วย ความหวาดระแวง เพิ่มความทุกข์ของมนุษย์ ให้มากขึ้นอีกอย่างหนึ่ง นับเป็นโทษ ของการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด
3)  การมีเทคโนโลยีที่เกินความจำเป็น ในการใช้งานจริง เนื่องจากถูกส่งเสริม และชักจูงให้เกิดค่านิยมที่ผิด ๆ เป็นคนบริโภคนิยม ใช้เทคโนโลยีอย่างฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย เพื่อแสวงหาความสุข ความสะดวกสบาย กลายเป็นทาสของเทคโนโลยี   เช่น บางคนซื้อรถยนต์ มิใช่เพียงเพื่อใช้เป็นพาหนะ ในการเดินทาง แต่กลับ มุ่งหมายเพื่อ ความมีหน้ามีตา ความเด่น  ความโก้ และความนิยมเชื่อถือใน เครื่องหมายการค้า เป็นสำคัญ  เช่นเดียวกับ การซื้อโทรศัพท์ของวัยรุ่น  มิได้เพียงเพื่อ การติดต่อสื่อสาร แต่กลับให้ความสำคัญที่ ความโก้เก๋ ทันสมัย ซึ่งเกินความจำเป็นใช้งานจริง  ดังนั้น ชีวิตที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี ทำให้การ พึ่งตนเองน้อยลง ซึ่งผิดจากจุดประสงค์เดิม ที่สร้างเทคโนโลยีขึ้นมา เพื่อควบคุมธรรมชาติ  แก้ปัญหาความทุกข์ ทำให้ดำรงชีวิตได้ อย่างสงบสุข ปลอดภัย  เป็นเครื่องสนับสนุนชีวิตที่ดีงาม เป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ ของมนุษย์ ไม่ใช่เครื่องบำรุงบำเรอ หรือแสวงหาความสุข จนลืมการพึ่งพา ตนเอง